แนวรับ–แนวต้านแบบพื้นฐานสำหรับมือใหม่
วันที่: 2025-12-24 19:11
แนวรับ–แนวต้านแบบพื้นฐานสำหรับมือใหม่ทำไมมือใหม่ต้องเข้าใจแนวรับ–แนวต้าน?หลายคนเคยได้ยินว่า “เทรดตามเทรนด์” แต่พอทำจริงกลับงง จุดไหนคือเทรนด์ จุดไหนคือพักตัว จุดไหนคือกลับตัว? เพราะจริง ๆ แล้ว เทรนด์นั้นจะทำงานได้ดีเมื่อเรา รู้จักใช้ แนวรับ (Support) และ แนวต้าน (Resistance) อย่างมีประสิทธิภาพ สำหรับมือใหม่ การเข้าใจสองคำนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้ถูกต้องว่า จะเข้า–ออกตลาดที่ไหน ถ้ายังไม่เข้าใจแนวรับ–แนวต้าน ตัวกราฟอาจดูซับซ้อน และยากที่จะเข้าใจบทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจแนวรับและแนวต้านได้ง่าย ๆ พร้อมตัวอย่างจริงและเทคนิคที่ใช้ได้จริงค่ะแนวรับ–แนวต้านคืออะไร?🟩 แนวรับ (Support)แนวรับคือจุดที่ราคาลงไปแล้วมีแนวโน้มที่จะหยุดหรือลงต่อไม่มาก และมักจะเกิดการดีดกลับขึ้นมาในแง่ของการเทรด แนวรับเป็นจุดที่เราคาดการณ์ได้ว่า “ราคาจะไม่ลงต่ำกว่าจุดนี้มากนัก” ตัวอย่างราคาทองคำ (XAUUSD) เคยลงมาแตะ 3,950$ แล้วดีดกลับขึ้นหลายครั้ง 3,950$ จะกลายเป็นแนวรับสำคัญที่เทรดเดอร์มองว่า “จุดซื้อ”🟩 แนวต้าน (Resistance)แนวต้านคือจุดที่ราคาขึ้นไปแล้วมักเจอแรงขาย ทำให้ราคาหยุดหรือย่อลง ในแง่ของการเทรด แนวต้านเป็นจุดที่เราคาดการณ์ได้ว่า “ราคามักไม่สามารถขึ้นไปต่อได้ง่าย ๆ” จึงเป็นจุดที่ดีสำหรับการขายตัวอย่างราคาทองคำ (XAUUSD) เคยขึ้นไปแตะ 4,120$ แล้วไม่สามารถไปต่อ เกิดการย่อลงมา 4,120$ จะกลายเป็นแนวต้านสำคัญที่เทรดเดอร์มองว่า “น่าจะขาย”ทำไมต้องรู้แนวรับ–แนวต้าน?✔ ช่วยให้คุณรู้ว่า เมื่อไหร่ควรซื้อ และ เมื่อไหร่ควรขายแนวรับ = จุดซื้อแนวต้าน = จุดขาย✔ ช่วยประเมินความเสี่ยงได้ดีขึ้นถ้าราคาใกล้แนวรับ ความเสี่ยงต่ำถ้าราคาใกล้แนวต้าน ความเสี่ยงสูง✔ ช่วยคาดการณ์ทิศทางราคา ถ้าคุณรู้ว่าแนวรับและแนวต้านอยู่ตรงไหน คุณจะคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้ดียิ่งขึ้นการใช้แนวรับ–แนวต้านในการเทรด1) เข้า Buy ที่แนวรับเมื่อราคาใกล้แนวรับ และมีการดีดตัวกลับขึ้น ถือเป็นสัญญาณเข้า Buy แนวรับที่ดีควรมีลักษณะการดีดกลับแรง หรือมี Volume สูงที่สอดคล้องตัวอย่าง ราคาทองคำ (XAUUSD) ตกลงมาที่แนวรับที่ 4,000$ แล้วดีดขึ้นมา คุณสามารถเข้า Buy ที่จุด ~4,000$ และตั้ง SL ใต้แนวรับ2) เข้า Sell ที่แนวต้านเมื่อราคาใกล้แนวต้าน และมีการย่อลง ถือเป็นสัญญาณเข้า Sell เหมือนกับการซื้อที่แนวรับ ต้องตรวจสอบสัญญาณยืนยันด้วยตัวอย่างราคาทองคำขึ้นไปถึงแนวต้านที่ 4,120$ แล้วมีการย่อลงมาที่ ~4,090$ คุณสามารถเข้า Sell ที่ ~4,120$ และตั้ง SL เหนือแนวต้าน3) ใช้แนวรับ–แนวต้านร่วมกับกลยุทธ์Breakout: เมื่อราคาทะลุแนวต้าน เข้า BuyBreakdown: เมื่อราคาหลุดแนวรับ เข้า Sellการใช้แนวรับ–แนวต้านร่วมกับกลยุทธ์ช่วยให้คุณคาดการณ์การเคลื่อนไหวของราคาได้แม่นยำขึ้นเทคนิคการหาแนวรับ–แนวต้านที่แม่นยำ 1) ใช้เส้นแนวรับ/แนวต้านจากอดีต ดูว่าในอดีตราคาเคยเด้งกลับหรือย่อจากจุดไหน2) ใช้ Fibonacci Retracement ระดับ 38.2%, 50%, และ 61.8% มักเป็นจุดที่ราคามักหยุดหรือเด้ง3) ใช้ Volume Profile ดูโซนที่ราคามีการซื้อขายหนาแน่น (High Volume Node) โซนนั้นมักจะเป็นแนวรับ/แนวต้านที่แข็งแรงFAQ – คำถามที่มักเจอเกี่ยวกับแนวรับ–แนวต้านQ: แนวรับ–แนวต้านเป็นแค่เส้นในกราฟจริงหรือ? A: ไม่ใช่แค่เส้นเท่านั้น แต่เป็นจุดที่ตลาดมีพฤติกรรมเปลี่ยนทิศทางจริง ๆ เพราะราคาเดินตามพฤติกรรมของผู้เล่นในตลาดQ: ควรใช้แค่แนวรับ–แนวต้านในการเทรดหรือไม่? A: ไม่ควรใช้เพียงอย่างเดียว ควรใช้ร่วมกับเครื่องมืออื่น ๆ เช่น Volume Profile, Indicators หรือ Trendlineสรุปสำหรับคนที่อยากเทพเรื่องเทรนด์การเทรดตามเทรนด์ไม่ใช่แค่ดู Higher High / Lower Low แต่ต้องเข้าใจโครงสร้างของราคา (Market Structure)การย่อและการดีดตัว (Retracement)โซนที่มีแรง (Demand/Supply)แค่เข้าใจหลักเหล่านี้ ก็ช่วยให้คุณเทรดตามเทรนด์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และไม่หลุดจากเทรนด์ได้อย่างแน่นอน!อยากเก่งเรื่องเทรนด์แบบมือโปร?เราแนะนำคอร์สดีๆ จาก All Forex Academy มีคอร์สหลากหลายให้เลือก เรียนจบความรู้แน่นแน่นอนค่ะ Price Action Mastery ดูเทรนด์ + จุดเข้าแบบมือโปรTrend Strategy Blueprint จังหวะเข้าเทรนด์ 3 แบบ ที่ใช้ได้จริงทุกตลาดZoneLock Method ใช้ Demand/Supply จับจุดย่อแม่นแบบกองทุน